2007/Jul/21

วันนี้อยู่กับคอมยาวนานมาก เพื่อติดตามและหาข้อมูลแฮร์รี่

และเป็นการอ่านสปอยอย่างจริงจังและตั้งใจมากๆ

พบความเจ็บปวดทางใจอย่างมาก

ที่เหล่าตัวละครที่รักทั้งหลายต้องตาย

---------------------------

----------------------------------------

----------------

ขอขอบคุณคุณบีจัง และทุกๆคนนะค่ะ ที่สปอยแฮร์รี่มาให้พวกเราอ่านกัน

-------------------------

------------

เรื่องย่อแฮร์รี่ พอตเตอร์เล่ม7

------------------

----------------------------------

บทที่ 1 - The Dark Lord Ascending

กล่าวถึงโวลเดอมอร์ กำลังวางแผนประชุมอยู่กับพวก Death Eaters ค่ะ สเนปบอกที่ประชุมว่าแฮร์รี่จะออกเดินทางวันไหน มีบางส่วนยังไม่เชื่อสเนปแล้วก็เถียงกัน .. คุยเรื่อง Ministry of Magic .. โวลดี้ต้องการไม้กายสิทธิ์ของคนอื่นและเขาต้องการฆ่าแฮร์รี่เอง โวลดี้เลยจะเอาไม้ของลูเซียส ซึ่งลูเซียสก็ขัดไม่ได้ โวลดี้เลยกระแนะกระแหน่ลูเซียสแทน ไป ๆ มา ๆ คนอื่นก็ช่วยกันแขวะเรื่องครอบครัวมัลฟอยค่ะ ยกข่าวเรื่องท็องก์ (มีศักดิ์เป็นหลานของเบลลาทริกซ์ ลูเซียสกับนาซิสซ่าร์) ที่ไปแต่งงานกับลูปินที่เป็นหมาป่า เลยโดนหัวเราะเยาะค่ะ .. จากนั้น โวลดี้ก็เปิดเผยแขกในที่ประชุึม เป็นอาจารย์ในโรงเรียนสอนเกี่ยวกับมักเกิ้ล ชื่อว่า Charity Burbage .. แล้วก็ฆ่าเธอค่ะ

Note : - เดรโกนั่งอยู่ด้วยค่ะ เข่าอ่อนตกเก้าอี้ตอนโวลดี้ฆ่าอาจารย์ Burbage ค่ะ
- พวกฝั่งโวลดี้เป็นพวกคลั่งเลือดบริสุทธิ์ การแต่งงานหรือคบหามักเกิ้ลเป็นเรื่องน่ารังเกียจ
- โวลดี้เอาไม้ของคนอื่น คาดว่า (บีจังคิดเองนะ) เพราะเขาต้องเป็นคนฆ่าแฮร์รี่ และไม้กายสิทธิ์ของทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ฆ่ากันไม่ได้ เลยต้องยืมของคนอื่นค่ะ

--------------------

----------

------------------------------

----------------

บท 2 - In memorandum

กล่าวถึงแฮร์รี่ที่ยังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ดูข้าวของเก่า ๆ และคิดถึงดัมเบิลดอร์ .. มีคอลัมม์ในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ ประมาณดัมเบิลดอร์ในความทรงจำน่ะค่ะ .. เขียนโดย Elphias Doge ที่เป็นนักเรียนรุ่นเดียวกัน มาเข้าเรียนที่โรงเรียนพร้อม ๆ กัน ตอนนั้นพ่อของดัมเบิลดอร์เพิ่งถูกจับฐานทำร้ายมักเกิ้ล ถูกขังที่อัซคาบัน ทำให้ดัมเบิลดอร์ถูกมองว่าเป็นพวกเกลียดมักเกิ้ลไปด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เช่นนั้น เขาเป็นคนฉลาดที่สุดในโรงเรียน มีเพื่อนเป็นคนมีชื่อเสียงหลายคน ได้รางวัลมากมาย ..

สามปีหลังจากพวกเขาได้เรียนที่โรงเรียน น้องชายของดัมเบิลดอร์ชื่อ Aberforth ได้มาเข้าเรียน ซึ่งเหมือนว่าเป็นพี่น้องที่ไม่ค่อยจะเหมือนกัน และดูไม่ค่อยเป็นมิตรกันเท่าไหร่ .. หลังเรียนจบ Elphias กับดัมเบิลดอร์ตั้งใจจะออกท่องเที่ยวด้วยกัน แต่เกิดเรื่องขึ้นคือแม่ของดัมเบิลดอร์ตาย และหลังจากนั้นอีกปี น้องสาวของดัมเบิลดอร์ก็ตาย พี่น้องห่างกันมากยิ่งขึ้น .. Elphias กล่าวยกย่องดัมเบิลดอร์ว่าได้ทำประโยชน์ต่อสังคมของพ่อมดแม่มดมาก ๆ แล้วก็ได้พูดถึงการประลองเวทย์ของดัมเบิลดอร์กับ Grindelwald

แล้วก็มีข่าว Interview ริต้า สคีเตอร์ ที่กำลังจะออกหนังสือประวัติชีวิตของดัมเบิลดอร์ .. ซึ่งแฮร์รี่อ่านสัมภาษณ์เสร็จก็เขวี้ยงหนังสือพิมพ์ทิ้งทันที

------------------------

------------

-------------------------------

---------------

บทที่ 3 The Dursleys Departing ค่ะ

พวก Dursleys โดยเฉพาะลุงเวอร์นอนไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่แฮร์รี่เตือนถึงอันตรายต่อครอบครัว คิดว่าแฮร์รี่จะยึดบ้าน แต่แฮร์รี่ก็พูดกล่อมจนเขายอมไปอีกครั้งและเพราะดัดลีย์เห็นด้วยกับแฮร์รี่
แผนคือต้องให้พวก Dursleys จะไปอยู่ที่ปลอดภัย จะได้ไม่ถูกพวกโวลดี้จับไปทรมานเพื่อให้บอกที่ซ่อนแฮร์รี่ แล้วนั่นอาจคือครั้งสุดท้ายที่แฮร์รี่จะได้พบพวก Dursleys อีก แอบซึ้งเล็กน้อยเพราะอย่างน้อย ดัดลีย์ก็เหมือนจะจำได้ว่าแฮร์รี่เคยช่วยชีวิตไว้ ป้าเพ็ตทูเนียเหมือนจะพูดอะไรก่อนไป แต่ก็พูดไม่ออก พูดแต่เพียงว่าลาก่อน ...

Note : อย่างน้อยถึงไม่เคยชอบหน้ากัน แต่ก็มีความผูกพันค่ะ

บทที่ 4 The Seven Potters

พวก Dursleys ไปแล้ว แฮร์รี่ระลึกความหลังกับบ้านหลังนี้ขณะหนึ่งก่อนจะมีคนมารับ แผนคือให้เพื่อน ๆ ดื่มน้ำยาสรรพรสเป็นแฮร์รี่และแยกกันไปแต่ละที่ แล้วค่อยใช้กุญแจนำทางมายังบ้านโพรงกระต่ายค่ะ แฮร์รี่ไปกับแฮกริดโดยมอเตอร์ไซด์คันเดิมที่เคยใช้มาส่งแฮร์รี่ที่บ้านนี่ล่ะ สองคนนี้เดินทางไปที่บ้านพ่อแม่ของท็องก์แล้วใช้กุญแจนำทางไปบ้านโพรงกระต่าย .. มันดันกัสปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับมูดดี้ .. อาเธอร์ไปกับเฟร็ดที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ .. ลูปินไปกับจอร์จที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ .. บิลไปกับเฟลอร์ที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ .. เฮอร์ไมโอนี่ปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับคิงสลีย์ .. รอนปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับท๊องก์ ทั้งหมดไปโดยไม้กวาด หรือ Thestral

ทันทีที่แยกกันไปทุกคนก็ถูกโจมตีจากผู้เสพความตายค่ะ .. ทั้งหนีทั้งสู้วุ่นวายน่าดู แฮร์รี่กำลังสาปให้ผู้เสพความตายตัวแข็ง เขาหันไปเห็น Stan แฮร์รี่เลยใช้คาถาปลดอาวุธแทน สเตนเลยตะโกนบอกคนอื่นว่านี่คือแฮร์รี่ตัวจริง ผู้เสพความตายที่ล้อมอยู่หายไปพักหนึ่ง .. ก่อนจะกลับมาใหม่พร้อมกับโวลเดอมอร์ ที่พยายามจะฆ่าแฮร์รี่ ทันทีที่จะถูกคำสาป ไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ก็ เอ่อ เรียกไงดีล่ะ act of its own ทำตามใจตัวเอง โดยที่แฮร์รี่ไม่ได้ สั่งหรือโบกไม้น่ะค่ะ .. ไม้ของลูเซียสที่โวลเดอมอร์เอามาใช้ระเบิด โวลเดอมอร์ถอยทัพไป แฮร์รี่กับแฮกริดตกลงที่บ่อน้ำ ตรงบ้านพ่อแม่ท็องก์พอดีค่ะ

Note : เฮ็กวิดตายค่ะ .. .. .. ทำไปได้นะ ป้าเจเค นกฮูกป้ายังฆ่าเลยค่ะ

---------------

------

--------------------------

--------------------------------------

บทที่ 5 Fallen Warrior

แฮร์รี่กับแฮกริดมายังบ้านพ่อแม่ของท๊องก์อย่าง (ค่อนข้างจะ) ปลอดภัย คุยกันพักหนึ่ง แฮร์รี่ก็เข้าใจว่าทำไมโวลดี้ถึงถอยไป เพราะว่ามอเตอร์ไซด์พุ่มเข้ามาในเขตคาถาคุ้มครองของทางภาคีพอดีค่ะ แฮร์รี่เกือบจะพุ่งไปหาแม่ของท๊องก์เพราะเธอคล้ายกับเบลลาทริกซ์มาก

แฮร์รี่กับแฮกริดใช้กุญแจนำทางกลับไปที่บ้านโพรงกระต่ายเป็นคู่แรก ซึ่งตามที่นัดกัน พวกเขาต้องกลับเป็นคู่ที่สาม ทำให้มอลลี่กับจินนี่เป็นห่วงคนอื่น ๆ มาก .. ไม่นาน ลูปินกับจอร์จก็กลับมา โดยที่จอร์จบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย โดนสเนปทำร้ายที่ศีรษะ หูขาดไปหนึ่งข้าง .. เฮอร์ไมโอนี่กับคิงสลีย์ เฟร็ดกับอาเธอร์ รอนกับท๊องค์ บิลกับเฟลอร์ กลับมาอย่างปลอดดภัย .. บิลเล่าว่า กลุ่มเขากับมูดดี้บินอยู่ใกล้ ๆ กัน ทันทีที่โวลเดอเมอร์โจมตี มันดันกัสตื่นตกใจ และหายตัวไป คำสาปของโวลดี้เลยโดนมูดดี้เข้าเต็ม ๆ ที่หน้า กระแทกเขาจนตกจากไม้กวาด และ ตามที่บิลคาดการณ์ มูดดี้ได้เสียชีวิตแล้ว

พวกเขาปรึกษากันว่าแผนรั่วได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่รัดกุมและมีการเปลี่ยนกำหนดการเดินทางของแฮร์รี่ใหม่ แต่โวลดี้ก็ยังรู้อยู่ดี แฮร์รี่บอกว่าเขาเชื่อใจทุกคนในที่นั่น จนลูปินเอ่ยปากเตือนว่าเขาเหมือนเจมส์ในเรื่องการเชื่อใจเพื่อน ๆ (แต่ก็ถูกปีเตอร์หักหลังในที่สุด) ฮร์รี่พูดเรื่องไม้กายสิทธิ์ของเขาที่ร่ายเวทย์เองโดยที่เขาไม่ได้ทำ แต่เหมือนไม่มีใครเชื่อ ทำให้แฮร์รี่คิดถึงดัมเบิลดอร์มาก ๆ ว่าเขาคงต้องยอมฟังและแนะนำอะไรดี ๆ ให้ได้ ..

แฮร์รี่เจ็บแผลเป็น แล้วเขาก็เห็นภาพในศีรษะ โวลเดอมอร์กำลังทำร้ายโอลิแวนเดอร์ เรื่องไม้กายสิทธิ์ เพราะคิดว่าโอลิแวนเดอร์โกหกตนเองให้แฮร์รี่รอด เรื่องที่เขาต้องใช้ไม้กายสิทธิ์คนอื่นแทนไม้ของโวลดี้เอง

Note : - มีใครนับไหม ว่ากี่ศพแล้ว ..
- เอ่อ .. บีจังคงสปอยได้ถึงแค่บทที่ 10 นะคะ เพราะขณะนี้ไฟล์แบบชัด ๆ pdf มีถึงแค่บทที่ 10 ค่ะ
- แล้วก็มีแบบไฟล์ภาพถ่ายหนังสือทั้งเล่มในกระทู้ข้างล่างค่ะ แต่อ่านลำบากมาก ไม่สามารถอ่านละเอียดแบบ pdf ได้ค่ะ
- กำลังเช็คเวปบิทอยู่ค่ะ อิอิ เผื่อฟลุ๊ค

-----------------------

--------------

---------------------------------

--------------------

บท 6 .. Ghoul in pajamas

อีกไม่กี่วันแฮร์รี่จะครบสิบเจ็ด มีเรื่องให้พวกเขาต้องคิดกันเยอะ ทั้งเรื่องงานแต่งของบิลกับเฟลอร์ พวกเขาต้องจัดบ้านเล็ก ๆ ต้อนรับแขกและครอบครัวเฟลอร์ การย้ายภาคีจากบ้านซีเรียสมาที่นี่ยิ่งทำให้สถานที่คับแคบขึ้นไปอีก แล้วยังมีเรื่อง Horcruxes และที่ว่าทั้งสามจะเลิกเรียนไปหา Horcruxes ซึ่งแน่นอนมอลลี่ไม่เห็นด้วย ผิดกับอาเธอร์และพี่น้องคนอื่น

ทั้งสามคุยกันเรื่องมูดดี้ ซึ่งรอนยังแอบหวังว่ามูดดี้อาจจะยังไม่ตายเพราะไม่มีใครพบศพ เฮอร์ไมโอนี่นั่งเลือกหนังสือที่จะเอาไปด้วยในการเดินทางหา Horcruxes ซึ่งแฮร์รี่ก็ยังไม่อยากให้เพื่อน ๆ ต้องมาเสี่ยงชีวิตไปกับเขา เฮอร์ไมโอนี่บอกทั้งน้ำตาว่าเธอถึงขนาดเปลี่ยนความทรงจำพ่อแม่ว่าไม่เคยมีลูกสาว เพื่อให้โวลเดอมอร์ติดตามยากขึ้น ส่วนรอนก็ให้ Ghoul ในบ้านใส่ชุดนอนของเขา หลอกคนอื่นว่าตัวเองป่วยหนักไปเรียนไม่ได้

เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าเธอกำลังค้นคว้าเรื่อง Horcruxes ที่เธอเคยหาอ่านในห้องสมุดแล้วไม่เจออะไรเลย หลังจากงานศพดัมเบิลดอร์ เธอนั่งเก็บของในหอหญิง แล้วนึกขึ้นได้เลยลองเสกแอ๊กซิโอดู แล้วหนังสือก็ลอยมาหาเธอจากห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ .. มันเป็นหนังสือ ความลับของศาสตร์มืดที่สุด เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยเรื่องชั่วร้าย มีวิธีสร้าง Horcruxes การรวมวิญญาณและการทำลาย Horcruxes ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก เธอบอกว่าการทำลายต้องทำให้มันเสียหายเกิดกว่าที่จะใช้เวทมนต์ซ่อมแซมได้ เหมือนไดอารี่ของริดเดิ้ลที่จินนี่เอาไปทิ้งชักโครกกลับไม่เป็นไร แต่แฮร์รี่ใช้เขี้ยวบาซิลิซแทง (พิษบาซิลิซรักษาได้ด้วยน้ำตานกฟินิกซ์ซึ่งเป็นแรร์ไอเทม) ไดอารี่ก็หมดสภาพ

Note : - บีจังอ่านช่วงเฮอร์ไมโอนี่อธิบายเรื่อง Horcruxes ไม่ค่อยเก็ทเท่าไหร่ค่ะ
- บีจังไม่ได้อ่านเวอร์ชั่นไทยตั้งแต่เล่มสามค่ะ เลยไม่ทราบว่าภาษาไทยใช้ทับศัพท์อะไรแทนคำเฉพาะทั้งหลายค่ะ
-----------

-----------------

--------------------------

บท 7 - The Will of Albus Dumbledore

รอนบอกว่าแฮร์รี่นอนละเมอพูดแต่ชื่อ Gregorovitch ซึ่งพวกเขาก็สงสัยกันว่านี่คือชื่ออะไร แต่ข้อสงสัยก็ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นแทนเพราะแฮร์รี่อายุครบสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว นั่นหมายถึงแฮร์รี่บรรลุนิติภาวะในโลกพ่อมดและใช้คาถาได้แ้ล้ว (โดยไม่ถูกจับ) แฮร์รี่ได้รับของขวัญวันเกิด .. จินนี่เรียกแฮร์รี่ไปคุยด้วยตามลำพัง บอกว่าเธอนึกไม่ออกว่าจะให้อะไรแฮร์รี่ เลยคิดว่าจะมอบสิ่งที่ทำให้เขาระลึกถึงเธอ พวกเขาจูบกัน กำลังหวานซึ้ง อยู่ ๆ รอนก็เปิดประตูพรวดเข้ามา .. รอนบ่น ๆ ใส่แฮร์รี่ว่าเขาไม่ควรให้ความหวังจินนี่ ซึ่งแฮร์รี่ก็เข้าใจว่าตัวเขาเองอนาคตไม่แน่นอน และบอกว่าจะไม่ถือโอกาสกับจินนี่อีก

คืนนั้นมีจัดงานวันเกิดแฮร์รี่กัน ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่ Rufus Scrimgeour รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์ ก็โผล่มา เรียกแฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่เข้าไปคุยเป็นการส่วนตัว ซึ่งก็คือเรื่องพินัยกรรมของดัมเบิลดอร์ ที่ได้มอบของบางอย่างให้พวกเขา .. แฮร์รี่เลยตั้งข้อสงสัยว่า ดัมเบิลดอร์ตายไปตั้งหนึ่งเดือนแล้ว ทำไมเพิ่งเอามาให้ เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าทางกระทรวงคงสงสัยว่าของ ๆ ดัมเบิลดอร์จะมีศาสตร์มืด กระทรวงเลยเก็บไปตรวจสอบ

ดัมเบิลดอร์มอบ Deluminator ให้รอน .. หนังสือนิทาน Tale of Beedle, the Bard ส่่วนของแฮร์รี่ คือลูกสนิทช์ของการแข่งขันครั้งแรกของแฮร์รี่ .. ลูกสนิทช์เป็นของวิเศษที่จดจำสัมผัสของคนที่แตะต้องมันได้คนแรก และเก็บซ่อนข้อความความลับได้ ซึ่ง Scrimgeour แน่ใจว่าในนี้ดัมเบิลดอร์ต้องซ่อนอะไรไว้ให้แฮร์รี่แน่ ๆ .. แต่พอแฮร์รี่ถือลูกสนิทช์ไว้ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ Scrimgeour หัวเสียมาก .. ของอีกอย่างที่ดัมเบิลดอร์ให้แฮร์รี่คือดาบของก๊อดดริก กริฟฟินดอร์ ซึ่ง Scrimgeour อ้างว่าดาบเป็นสมบัติอันทรงค่าทางประวัติศาสตร์ เลยไม่ยอมมอบให้แฮร์รี่ ซึ่งพวกเขาสามคนก็เถียงสู้ขาดใจ จน Scrimgeour โกรธจัดยกไม้กายสิทธิ์จิ้มไปที่อกแฮร์รี่จนเสื้อเป็นรู เสียงเอะอะทำให้อาเธอร์กับมอลลี่รีบวิ่งเข้ามาดู Scrimgeour เลยถอยกลับไป

ทั้งสามตรวจสอบของที่ดัมเบิลดอร์เหลือไว้ให้ และพยายามเชื่อมโยงกันว่าจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ .. แฮร์รี่นึกได้ว่าลูกสนิทช์ลูกนี้ ในการแข่งครั้งนั้น เขาไม่ได้ใช้มือจับมัน แต่กลืนมันไว้ต่างหาก ในลูกสนิทช์มีประโยคซ่อนไว้ว่า I open at the close. ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร

เฮอร์ไมโอนี่บอกว่า เธอไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้มาก่อน รอนตกใจมากเพราะนี่คือหนังสือนิทานที่เด็กในโลกเวทมนต์ทุกคนรู้จัก แม้แต่เขาเองที่ไม่ชอบอ่านหนังสือยังรู้จักเลย เฮอร์ไมโอนี่ก็เถียงกลับว่าเธอเกิดในโลกของมักเกิ้ล ทำให้เธอฉุดคิดขึ้นมาได้ว่า ทำไมดัมเบิลดอร์ถึงอยากให้เธออ่านหนังสือเล่มนี้

Note: - ตอนหน้า งานแต่งของบิลกับเฟลอร์ค่ะ
- ต่อพรุ่งนี้นะคะ .. อะ ไม่ใช่สิ นี่มันตีหนึ่งวันใหม่แล้วนี่นา เอิ๊กกก
- ถูกใจสาวกแฮร์รี่จินนี่สินะเนี่ย
----------------------

-----------

--------------------------------

-------------------

บทที่ 8 - The Wedding

ในงานแต่งงานของบิลกับเฟลอร์ แฮร์รี่ดื่มน้ำยาสรรพรสปลอมตัวเป็นญาติคนหนึ่งของพวกวีสลีย์ ชื่อแบร์รี่ วีสลีย์ (แต่จริง ๆ แล้วใช้ผมจากเด็กหนุ่มมักเกิ้ลผมแดงแถวบ้าน) ทุกคนออกมารับแขกที่มางานแต่ง ซึ่งก็มีเพื่อน ๆ และคนรู้จักมากมาย .. ลูน่ากับพ่อ ชื่อว่า Xenophilius ที่ท่าทางแปลกพอ ๆ กัน .. Auntie Muriel คุณป้าปากร้ายของพวกวีสลีย์ และวิคเตอร์ ครัม ที่ทำให้เฮอร์ไมโอนี่หน้าแดง และรอนหึงจนลมออกหู .. พิธีแต่งงานราบรื่น ระหว่างที่รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ออกไปเต้นรำกัน ครัมพูดคุยกับแฮร์รี่ (ที่เขาไม่รู้ว่าคือแฮร์รี่เพราะปลอมตัวอยู่) บอกถึงความผิดปกติของพ่อลูน่าที่เขาสังเหตเห็น เพราะพ่อของลูน่าใส่สร้อยที่มีสัญลักษณ์ของ Grindelvald พ่อมดชั่วร้ายที่ดัมเบิลดอร์เคยประลองกัน แฮร์รี่จึงแก้ตัวให้ลูน่ากับพ่อ พวกนี้เป็นคนแปลก ๆ สนใจสิ่งของแปลก ๆ แบบนี้ ซึ่งครัมดูไม่ค่อยเชื่อ แล้วแฮร์รี่ก็นึกได้ Gregorovitch เป็นคนทำไม้กายสิทธิ์ของครัม ซึ่งเขาเลิกขายไปหลายปีแล้ว ของครัมเป็นไม้สุดท้ายที่เขาขายให้ ทำให้แฮร์รี่นึกเอะใจว่า Gregorovitch หายไปเพราะโวลเดอมอร์หรือเปล่า เขาจะรู้อะไรมากกว่าโอลิเวนเดอร์หรือเปล่า

ในงาน แฮร์รี่พบกับ Elphias Doge ที่เขียนคอลัมม์เกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่แสดงตัวกับ Elphias และพูดคุยกัน Elphias ไม่พอใจเรื่องหนังสือของริต้า สคีเตอร์ ซึ่งแฮร์รี่ถามเขาว่าสมัยก่อน ดัมเบิลดอร์เคยยุ่งเกี่ยวกับศาสตร์มืดหรือเปล่า Elpias ปฏิเสธ และยืนยันแฮร์รี่ว่าอย่าสั่นคลอนความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ พวกเขากำลังคุยเรื่องริต้าอยู่ ป้า Muriel ก็เข้ามาร่วมวงด้วย บอกว่าเธอชื่นชมและรอคอยหนังสือของริต้าอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งเธอหลุดปากออกมาว่าน้องสาวของดัมเบิลดอร์ Ariana เป็น Squib และดัมเบิลดอร์กักเธอไว้ในบ้านตลอดเวลา และแม่ของเขาเป็นผู้หญิงที่น่ากลัว หยิ่งผยองและกดขี่ข่มเหง ไม่ยอมให้ลูกสาวที่แม้จะเป็น Squib ไปเข้าโรงเรียนมักเกิ้ลเด็ดขาด Elphias เถียงว่า Ariana ป่วยหนักจนไม่สามารถออกไปไหนได้ ป้า Muriel ก็เถียงกลับว่าป่วยหนักแต่กลับไม่เคยไปรักษาตัวที่ St. Mango เลยสักครั้ง และขุดคุ้ยเรื่องที่ว่าแม่ของเขาอาจฆ่าลูกสาวตัวเองก็ได้ถ้าเธอไม่ตายไปซะก่อน หรือไม่ก็ Ariana ต้องการอิสระมากจนฆ่าแม่ตัวเองก็ได้ ซึ่งทำให้ Elphias โกรธจัด .. ป้า Muriel ยังเล่าต่อด้วยว่าเธอแอบฟังแม่กับ Bathilda Bagshot คุยกันว่าในงานศพของ Ariana น้องชายของดัมเบิลดอร์กล่าวโทษดัมเบิลดอร์ว่าเป็นเพราะเขา น้องถึงตายและชกดัมเบิลดอร์ซึ่งเขาก็ไม่ได้ขัดขืนหรือป้องกันเลยแม้แต่นิดเดียวซึ่งแปลกมากเพราะเขาสามารถจัดการ Aberforth ได้อย่างสบาย ๆ และเธอก็แน่ใจว่าริต้าได้ข้อมูลมาจาก Bathilda ซึ่ง Bathilda เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของดัมเบิลดอร์ อาศัยอยู่ที่ก๊อดดริก ฮาโลว์เหมือนกับดัมเบิลดอร์

สิ่งที่แฮร์รี่ได้รู้ทำให้เขาตกใจมาก ทั้งเรื่องอดีตของดัมเบิลดอร์ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน และที่น่าตกใจที่สุดคือ ดัมเบิลดอร์เคยอยู่ในเมืองเดียวกับพ่อและแม่ของแฮร์รี่ และเขาไม่เคยพูดหรือบอกเรื่องนี้กับแฮร์รี่เลยสักครั้งเดียว

แต่เขานั่งคิดได้ครู่เดียวเท่านั้น .. เมื่อผู้พิทักษ์ของคิงสลีย์ปรากฏตัวเพื่อส่งข่าวว่า "กระทรวงถูกยึด Scrimgeour เสียชีวิต พวกมันกำลังมา"

Note : - Bathilda Bagshot เป็นผู้เขียนหนังสือ A History of Magic

....

เดี๋ยวมาต่อค่ะ ..

ใครจะก๊อปเอาไปโพสที่อื่นก็ได้ค่ะ ไม่ว่ากัน ขอ Comment กับ Credit พอค่ะ มารยาทคนเล่นอินเตอร์เน็ตเน้


----------

-----------------

บทที่ 9 - A Place to Hide

ในงานแต่งงานโกลาหลมาก ๆ เมื่อทราบข่าวร้าย เฮอร์ไมโอนี่พาแฮร์รี่กับรอนไปยังถนนในเมืองมักเกิ้ล เพราะคิดว่าปลอดภัยจากพวกผู้เสพความตาย เฮอร์ไมโอนี่เตรียมของพร้อมมาในกระเป๋า ซึ่งมีหนังสือ เสื้อผ้าไว้เปลี่ยนและผ้าคลุมล่องหน (พวกเขายังอยู่ในชุดงานปาร์ตี้) เธอให้แฮร์รี่อยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนและพาพวกเขาไปนั่งพักในบาร์เก่า ๆ แห่งหนึ่งเพื่อปรึกษากันว่าจะซ่อนกันที่ไหนดี ในบาร์นั้น แฮร์รี่ที่ล่องหนอยู่เหลือบเห็นแขกในร้านยกไม้กายสิทธิ์จะทำร้ายรอน พวกเขาจึงต่อสู้กันจนผ้าคลุมหล่นไป แต่ก็จับผู้เสพความตายสองคนไว้ได้ พวกเขาเคลียร์พื้นที่ เปลี่ยนความทรงจำคนในนั้นใหม่ และปรึกษากันว่าจะไปไหนดี แฮร์รี่ยืนยันจะกลับไปที่บ้